ittikorns • อ่านต่อ 4 นาที

P/BV Ratio (พีบีวี) คืออะไร สำคัญกับการเลือกหุ้นยังไง?

เมื่อพูดถึงอัตราส่วนทางการเงินที่ถูกนำมาใช้ในการหาค่าความถูกแพงของราคาหุ้น คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึง P/E Ratio แต่มีอีกเครื่องมือหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะในกลุ่มนักลงทุนทั่วไป หรือแม้กระทั้งนักลงทุนสถาบันเองก็ตาม นั้นก็คือ Price-to-Book Ratio หรือ P/BV Ratio

P/BV เป็นอัตราส่วนทางการเงินที่จะเปรียบเทียบ ราคาหุ้นปัจจุบัน และ มูลค่าตามบัญชีของบริษัท โดยการนำ ราคาหุ้นปัจจุบัน หารด้วย มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นในไตรมาสล่าสุด หรือ Book Value per Share (BVPS) นั้นเอง

โดยปกติแล้วนักลงทุนสามารถหา Book Value ของบริษัทได้สองแบบ คือ 

  • Book Value แบบธรรมดา คือ ส่วนของผู้ถือหุ้น แต่มี Book Value อีกประเภท คือ 
  • Tangible Book Value ที่จะ ตัด สินทรัพย์ที่อาจจะไม่สามารถนำมาขายได้ออก คือตัดหรือที่เรียกว่าสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน

วิธีการคำนวน P/BV

P/BV = ราคาหุ้นล่าสุด / ( ส่วนของผู้ถือหุ้น / จำนวนหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด )

โดย ส่วนของผู้ถือหุ้น = สินทรัพย์ทั้งหมด - หนี้สินทั้งหมด

คำอธิบายง่ายๆ สำหรับมือใหม่

เราจะมายกตัวอย่างในรูปแบบของร้านขนมกันว่าถ้าหากว่ามีคนบอกว่าธุรกิจร้านขนมที่กำลังขายกิจการอยู่นั้น P/BV เท่ากับ 35 นั้นหมายความว่าอะไรและมาจากไหน

สมมุติว่า ร้านขนม มี

  • ราคาหุ้นซื้อขายอยู่ที่ 2 บาทต่อหุ้น
  • สินทรัพย์ทั้งหมด 1,000,000 บาท 
  • หนี้สินทั้งหมด 300,000 บาท
  • ส่วนของผู้ถือหุ้น (สินทรัพย์ทั้งหมด - หนี้สินทั้งหมด) = 700,000 บาท
  • จำนวนหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด 1,000,000 หุ้น

ดังนั้น P/BV ของร้านขนมจะสามารถคำนวณได้ดังนี้

P/BV = 2 บาท / (700,000 บาท / 1,000,000 หุ้น) = 2.86 เท่า

นั้นหมายความว่าถ้าเราจะซื้อธุรกิจร้านขนมที่มีค่า P/BV ที่ 2.86 เท่า เรากำลังจะซื้อกิจการในราคาที่แพงกก่า 2.86 เท่าของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมด


Tangible Book Value คืออะไร

แต่อีกวิธีที่จะได้ผลลัพย์ที่แน่นอนกว่า คือการหา Tangible Book Value หรือ มูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ที่มีตัวตน โดยเราจะหา Book Value จาก มูลค่าตามบัญชี หักด้วย สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนสุทธิ ตัวอย่างก็เช่น Goodwill เป็นต้น 

เหตุผลที่การหา Tangible Book Value ดีกว่า Book Value ธรรมดานั้น ก็เพราะเราต้องการทราบว่าหากบริษัทต้องขายสินทรัพย์ทั้งหมดเพื่อปิดกิจการ เราจะสามารถตีค่าออกมาเป็นกี่บาทต่อหุ้น เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับราคาหุ้นว่าเราซื้อถูกแพงแค่ไหน

ดังนั้น การคำนวน หา P/BV ในแบบของ Tangible Book Value จึงเป็นดังนี้

P/BV (Tangible) = ราคาหุ้นล่าสุด / ( (รวมสินทรัพย์ - สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนสุทธิ) / จำนวนหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด )

มาลองดูตัวอย่างกัน…

หากเราต้องการหา Price to Book Value (P/BV) ของ หุ้น IVL เราก็ทำตามสูตรคำนวนได้เลย

  • ราคาหุ้นล่าสุด ปิดที่ 30.00 บาท และ 
  • IVL มี รวมส่วนของผู้ถือหุ้น (BV) ในไตรมาส 1 ปี 2559 (1Q16) อยู่ 86,293.24 ล้านบาท 
  • สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนของ IVL ในไตรมาส 1 ปี 2559 (1Q16) อยู่ที่ 9,563.01 ล้านบาท 
  • และ สุดท้าย จำนวนหุ้นจดทะเบียนทั้งหมด อยู่ที่ 4,814,272,115 หุ้น 

เรามาหา Book Value per Share กันก่อน คือ 

BVPS (Book Value per Share) = 86,293,240,000 / 4,814,272,115 = 17.93 บาท

และหา Tangible Book Value per Share ไว้ด้วยเลย คือ

Tangible BVPS = (86,293,240,000 - 9,563,010,000) / 4,814,272,115 = 15.94 บาท

และนำราคาหุ้นล่าสุดมาหารเพื่อหา P/BV 

P/BV = 30 บาท / 17.93 = 1.67 เท่า

Tangible P/BV = 30 บาท / 15.94 = 1.88 เท่า

นำสิ่งที่ได้มาคิดต่อ

เรามาลองดูกันมาจะตีความหมายของตัวเลขที่ได้มานี้ในมุมมองของการลงทุนได้อย่างไร…

โดยทั่วไปแล้ว ค่า P/BV ที่ต่ำนั้น แสดงถึงราคาหุ้นที่ถูก แต่ก็ไม่เสมอไปเพราะอาจจะมีความเสี่ยงอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ทำให้นักลงทุนไม่กล้าเข้ามาลงทุน เปรียบเช่นกับอัตราส่วนทางการลงทุนอื่นๆ นักลงทุนควรจะทำความเข้าใจถึงค่าเฉลี่ยของแต่ละอุตสาหกรรมเช่นกัน เช่นกลุ่มธนาคารเฉลี่ยใกล้ๆ 1 เท่า ในขณะที่กลุ่มสื่อเฉลี่ย 3-4 เท่าเลยทีเดียว ค่า P/BV เพียงแต่เป็นค่าชี้นำถึงมูลค่าที่นักลงทุนจ่ายต่อหุ้นในกรณีที่บริษัทต้องปิดกิจการ

ในกรณีของ IVL อยู่อุตสากรรมที่มีค่า P/BV เฉลี่ยราว 1.30 เท่า เพราะคู่แข่งเช่น PTTGC มีค่า P/BV เพียง 1.10 เท่า เท่านั้น แต่เหตุผลที่ IVL ค่า P/BV ที่สูงกว่าก็สามารถมาได้จากหลายอย่าง เช่นการเติมโตที่สูงกว่าหรือความเสี่ยงทางด้านธุรกิจที่ต่ำกว่าเป็นต้น แต่หากมองนอกจากมองจากกลุ่มอุตสาหกรรม เราก็สามารถเปรียบเทียบกับ ค่า P/BV ของ IVL ในอดีต ซึ่งหากมองย้อนหลัง 2013-2015 จะได้ค่าเฉลี่ย P/BV ที่ราว 1.80 เท่า ดังนั้น ในมุมมองของ P/BV ธรรมดาก็ไม่ถือว่าไม่แพงหรือถูกมากนัก

อีกหนึ่งเหตุผลที่เลือก IVL มาเป็นตัวอย่างก็เพราะ IVL เป็นบริษัทที่มีการซื้อกิจการค่อนข้างเยอะในช่วงที่ผ่านมา การเข้าซื้อกิจการมักจะมีการบันทึก Goodwill ซึ่งจะเป็นตัวที่ทำให้ ค่า Tangible Book Value เบี่ยงเบนไปจากค่า Book Value ธรรมดา เราจึงเห็นว่า P/BV ธรรมดาของ IVL เพียง 1.67 เท่า แต่ ค่าในแบบ Tangible 1.88 เลยทีเดียว 

ข้อดีข้อเสียของ P/BV Ratio

  • (+) ตัวเลขที่ค่อนข้างคงที่ของ Book Value ทำให้ความแม่นยำในการวัดค่าในอดีตเป็นจุดเด่นหนึ่งของ P/BV ค่าที่ผันผวนหลักมีเพียงราคาหุ้น ต่างกับ P/E Ratio ที่สามารถผันผวนได้ทั้ง ราคาหุ้น และ กำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส

  • (+) ด้วยการใช้ตัวเลขของส่วนผู้ถือหุ้น ทำให้แม้บริษัทจะขาดทุน ก็สามารถวัดมูลค่าของบริษัทได้ ยกเว้นในกรณีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ ซึ่งมีน้อย หากใช้ P/E Ratio จะไม่สามารถวัดได้หากตัวเลขในฝั่งกำไรสุทธิติดลบ

  • (-) ตัวเลขในส่วนของผู้ถือหุ้นถูกกระทบจากมาตราฐานทางบัญชีโดยตรง ซึ่งทำให้บริษัทที่ใช้มาตรฐานที่ต่างกันอาจจะไม่สามารถนำ P/BV มาเปรียบเทียบกันได้ โดยเฉพาะบริษัทที่ไม่ได้ซื้อขายในประเทศเดียวกัน

  • (-) บริษัทที่ทำธุรกิจในอุตสาหกรรมบริการหรือเทคโนโลยีอาจจะไม่สามารถใช้ P/BV ได้ดีนักเนื่องจากมีสินทรัพย์ที่มีตัวตนอยู่น้อย ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในบุคคลากรมากกว่าซึ่งไม่สามารถตีเป็นมูลค่าทางบัญชีได้

แสดงความคิดเห็น

กรุณา เข้าสู่ระบบ ก่อนแแสดงความคิดเห็น