ittikorns • อ่านต่อ 4 นาที

เจาะผลประกอบการ และ อนาคตกลุ่ม "สื่อสาร" หรือ สุสาน

หลังจากที่งบไตรมาส 3 ได้ทยอยประกาศออกมากันจนครบแล้ว แล้วก็มาลองดูงบของกลุ่มสื่อสาร หรือ ที่ได้ฉายาอย่างเป็นทางการว่าเป็นกลุ่มสุสารในช่วงปีที่ผ่านมาหลังจากที่มีการประมูล 4G ไปเมื่อปลายปีที่แล้ว

ผู้เล่นสำคัญๆ ในตลาดก็คงเป็นใครไม่ได้นอกเสียจาก ADVANC (-0.27%) , TRUE (0.00%) , และ DTAC (-1.06%)

ก่อนจะเริ่มเจาะลงไปในรายละเอียดแต่ละตัวเรามาดูภาพรวมของผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทสื่อสารทั้งสามอันนี้ก่อนละกันครับ เริ่มจาก

รายได้ ค่าใช้จ่าย และ กำไรสุทธิ

ADVANC รายได้ไม่ได้เติบโตมากนัก แต่กลับมีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 17% เทียบจากไตรมาส 2 ของปีนี้ทำให้ฉุดกำไรลงมาระดับหนึ่ง เนื่องจากสาเหตุหลักๆ จากค่าใช้จ่ายในส่วนของใบอนุญาต 900 MHz ที่เพิ่งประมูลไป และ ค่าเช่าอุปกรณ์และเสาจาก TOT ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านบาท ต่อ ไตรมาส 

ในด้านของ TRUE รายได้ตั้งแต่ปี 2011 ได้เติบโตอย่างต่อเนื่องมาเรื่อยคู่กับรายจ่ายที่มากขึ้นตาม โดยในปีที่แล้ว TRUE นั้นพลิกกลับมามีกำไรตั้งแต่ไตรมาสแรกจนถึงไตรมาส 2 ปีนี้ที่ต้องแบกรับในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นจึงทำให้ผลประกอบการไตรมาส 3 นั้นออกมาขาดทุนอยู่ที่ 2,730 ล้าน เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการแข่งขันในตลาดที่เข้มข้นขึ้นที่บีบให้ยักษ์ใหญ่อันดับสองในตลาดต้องอัดเงินเข้าไปเพื่อดึงฐานลูกค้า และ อีกส่วนคือค่าใช้ในเรื่องของใบอนุญาต 900MHz รวมถึงธุรกิจอินเตอร์เน็ตที่มีกำไรอ่อนตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

และเจ้าสุดท้ายคือ DTAC ซึ่งรายได้ก็ได้เริ่มทดถอยตั้งแต่ปี 2015 มาเรื่อยๆ แต่โชคดีที่สามารถบริหารค่าใช้จ่ายให้ลดลงตามได้จึงยังมีกำไรสุทธิแต่เป็นกำไรสุทธิที่ลดลงมามากหากเทียบแบบปีต่อปี โดยในไตรมาส 3 ปีนี้เทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้วนั้นลดลงมาถึง 46% ซึ่งตรงนี้เป็นอะไรที่น่าจับตามองว่า DTAC จะสามารถยื้ออยู่ในสภาพนี้ได้อีกนานแค่ไหน

P/E

ต่อมาเรามาดู P/E ของทั้งสามบริษัทกันแน่นอนว่า TRUE, P/E นั้นกลับมาอยู่ที่ 0 ในไตรมาสนี้เพราะผลประกอบการออกมาขาดทุน ตามมาด้วย DTAC ที่อยู่ที่ 27.14 เท่าและ ADVANC ต่ำสุดอยู่ที่ 12.19 

ดังนั้นเราจะทำการตัดทรูออกไปจากกราฟต่อไปซึ่งเป็นกราฟ P/E ย้อนหลัง 10 ปี

จากกราฟด้านบนจะเห็นได้ว่า DTAC ณ ตอนนี้มีค่า P/E สูงที่สุดในรอบ 10 ปี แต่ในทางกลับกันสิ่งที่น่าสนใจคือ ADVANC ที่ค่า P/E แทบจะกลับมาอยู่ในระดับเดียกันกับในช่วงปี 2008 โดย ณ ตอนนั้นได้ลงไปต่ำสุดที่ 9.21 เท่า แต่ก็ต้องมาตั้งคำถามกันต่อว่าตลาดวันนี้กับเมื่อปี 2008 นั้นได้เปลี่ยนไปแล้วหรือเปล่า เดี๋ยวเราจะเข้ามาถึงเรื่องนั้นกันทีหลัง

ต่อมาเรามาเปรียบเทียบในเรื่องสินทรัพย์ และ หนี้สินของทั้ง 3 บริษัทดูกันดีกว่า

หากเทียบจากมูลค่าหลักทรัพย์แล้วแน่นอนเบอร์หนึ่งของเราคงเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจาก ADVANC ที่มีมูลค่าถึง 4.2 แสนล้าน ตามมาติดๆ คือ TRUE ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 2.4 แสนล้าน และ DTAC ที่มูลค่า 8.2 หมื่นล้านบาท

TRUE ผลประกอบออกมาอาจไม่ดีเท่า ADVANC ในไตรมาสที่ผ่านมา แต่ที่น่าสนใจคือเงินสดในมือของทรูในไตรมาสล่าสุดนั้นมีมากกว่า ADVANC ถึง 5 เท่า และ สินทรัพย์ที่มีมากกแว่า 4.4 แสนล้าน ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า Market Cap. ถึง 1.8 เท่า แต่ก็อย่าลืมดูแถวหนี้สินเช่นกันนะครับที่มีมากถึง 3 แสนล้านซึ่งมากที่สุดหากเทียบกันทั้งหมด 3 ราย

ต่อมาดูอัตราส่วนของหนี้สินต่อส่นของผู้ถือหุ้นกลับกลายเป็น TRUE นั้นอยู่เพียงแค่ 2.3 เท่านั้นเอง และ เจ้าที่มีเยอะสุดกลับกลายเป็น ADVANC เพราะการที่จะต้องการเป็นเบอร์หนึ่งจึงต้องแบกรับภาระกันไป

สุดท้ายคือ กำไรขาดทุนสะสมของทั้งสามบริษัท

TRUE ซึ่งเคยขาดทุนสะสมมากถึง -60,000 ล้านตอนนี้เหลือเพียงแค่ -25,000 ล้าน ส่วนของ ADVANC และ DTAC มีกำไรสะสมอยู่ในระดับหนึ่งต่กลับค่อยๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

รายงานสภาพตลาดโทรคมนาคม ไตรมาสที่ 4 ปี 2558

เรามาดูรายงานการสภาพการแข่งขันของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเป็นข้อมูลจาก กสทช. ไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว โดยเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมด 102,942,458 เลขหมาย โดยประชากรในประเทศไทยนั้นมีอยู่ประมาณ 65,000,000 คน นั้นแปลว่าเราใกล้เคียงกับการที่ทุกๆ คนในประเทศไทยจะมีหมายเลขโทรศัพมือถือ 2 หมายเลขต่อคน

ผู้นำตลาดอันดับ 1 ยังคงเป็น ADVANC ที่กินส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 42.19% ตามมาด้ย TRUE และ DTAC ที่ 31.04% และ 27.34% ตามลำดับ

ต่อมาเรามาดูสภาพการแข่งขันของตลาดคมนาคมในปีที่ผ่านมากันครับ

รายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อเลขหมายของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่

ในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว ทั้ง Prepaid (เติมเงิน) และ Postpaid (รายเดือน) นั้นเพิ่มขึ้นอย่างเล็กน้อย

ส่วนสัดส่วนของรายได้บริการโทรศัพท์มือถือจากแนวโน้มที่เห็นจะสักเกตุได้ตั้งแต่ปี 2555 ทิศทางของรายได้ในเรื่องของบริการเสียงลดลงอย่างต่อเนื่อง และ สัดส่วนที่ไม่ใช่เสียงเพิ่มขึ้นอย่างกลับกัน ก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเพราะว่าทุกวันนี้ผู้ใช้เริ่มมีการใช้ข้อมูลดาต้าหรืออินเทอร์เน็ทกันมากขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการค่ายมือถือต่างๆ ต้องเปลี่ยนไปเน้นขายดาต้าแทน

บทสรุป

จากการแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการทั้งสามรายต้องปรับแผนกลยุทธในการดำเนินงานให้สอดคล้างกับทิศทางการเติบโตของตลาด เพราะที่น่าเป็นห่วงคือจากจำนวนหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่มากก่าจำนวนประชากรในประเทศนั้นเป็นสัญญาณในการบอกว่าตลาดโทรศัพท์มือถือเรากำลังเข้าสู่จุดอิ่มตัวแล้วหรือไม่จากที่ผ่านมาเป็นช่วงของการเติบโตในตลาด 

ดังนั้นเราจึงยังคงต้องจับตากันดูอย่างใกล้ชิดว่าผู้นำตลาดอย่าง ADVANC จะสามารถครองใจผู้ใช้ให้เป็นอันดับต่อไปได้หรือไม่โดยที่ควบคุมค่าใช้จ่ายในการตลาดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ส่วนที่น่าจับตามองก็คืออันดับสองอย่าง TRUE ที่เร่งสปีดเหยียบคันเร่งตามมาติดๆ ว่าจะสามารถแย่งส่วนแบ่งในการตลาดจนกลายเป็นอันดับหนึ่งอย่างฝันได้ไหม

เจ้าสุดท้ายอย่าง DTAC ก็คงต้องประคับประคองกันต่อไปว่าจะรักษาผลการดำเนินงานที่เป็นกำไรได้อีกนานแค่ไหนจากการที่ผลการดำเนินการแย่ลงอย่างต่อเนื่องมาหลายไตรมาสและส่วนแบ่งทางการตลาดที่น้อยลง

ข้อมูลสภาพตลาดโทรคมนาคมจาก สกทช สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่นี่

*บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ได้เขียนเพื่อแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาหาข้อมูลอย่างระมัดระวังก่อนตัดสินใจในการลงทุน

แสดงความคิดเห็น

กรุณา เข้าสู่ระบบ ก่อนแแสดงความคิดเห็น